2006/Feb/28

  • เพิ่งรู้สึกเหมือนได้พักสักที หลังจากต้องบ้าคลั่งกับรายงานกับการสอบ ถึงตอนนี้จะยังเหลือสอบอีก 1 วิชากับรายงานใหญ่อีกตัวนึงก็เหอะ...แต่ตอนนี้ขอพักหายใจก่อนเถอะ ( +o_o+ ) เสียดายอยู่อย่างที่สอบวิชาสุดท้ายตรงกับวันเกิดของA กับ Bเนี่ยสิ -_-
  • ขอโทษนะค้าบที่วันจริงอาจไม่มีโอกาสได้ไปอวยพรวันเกิดโดยตรง แล้วก็ขอ Happy Birthday ล่วงหน้าให้ทั้งคู่ด้วยเน้อ :)

  • พูดถึงประเด็นหลักของบล็อกคราวนี้มั่ง ช่วงนี้นึกคึกมาใส่ใจสุขภาพชนิดที่ตัวเองยังแปลกใจ จะว่าไปมันก็คือพฤติกรรมหนีความจริงในช่วงสอบนั่นเอง -_-; (คาดว่าสอบครั้งหน้าอาจมีวิธีแต่งบอนไซหรือทำกรูมมิ่งสุนัขแสนรักมาฝาก)
  • ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่ากับวิธีรับมือกับหน้าร้อนที่มาเยือนจ้า
  1. หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. แต่ถ้าจำเป็นต้องตะลุยแดดในช่วงนั้นควรสวมหมวก ให้เลือกหมวกที่มีปีกกว้างประมาณ 4 นิ้ว หรือไม่ก็กางร่ม และสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันผิวบอบบางรอบดวงตาและจะได้ไม่ต้องหยีตาสู้แดดให้เกิดริ้วรอย......เมื่ออ่านข้อแรกแล้วไม่มีทีท่าจะทำได้ ก็โดดไปข้อ 2 กันเลย -.-;
  2. สวมเสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด เช่นเสื้อแขนยาว ไม่ควรสวมเสื้อที่ดูดกลืนแสงและความร้อนอย่างเสื้อทีทึมๆ
  3. ทาครีมกันแดดก่อนโดนแดด 15 - 30 นาที อย่าทาปุ๊บออกแดดปั๊บ (เพราะจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย) ให้เลือกครีมที่ป้องกันได้ทั้ง UVA (ดูที่ค่า PA+++ ) และ UVB (เอ๊ะ ชื่อเหมือนเจ้าของวันเกิดเมื่อกี้เลยแฮะ) ดูที่ค่า SPF ซัก 40 ขึ้นไป และอย่างมงายกับอักษรศักดิ์สิทธิ์ที่จารึกไว้ว่า Water Proof (ทนน้ำได้ 80 นาที) และ Water Resistant (ทนน้ำได้ 40 นาที) เพราะครีมจะสลายไปตามสายน้ำได้ไวกว่าที่ระบุไว้
  4. ไม่ควรแต่งหน้ามาก เพราะเมื่อเหงื่อออกจะทำให้หน้าเหนอะหนะ ถ้าต้องใช้รองพื้นให้เลือกชนิดที่มีเนื้อบางเบา จากนั้นจึงค่อยลงแป้งฝุ่น
  5. บอกลาผลิตภัณฑ์ที่แสนดีต่อคุณในช่วงหน้าหนาวไปได้เลย เพราะการดูแลผิวพรรณด้วยกระบวนการเดียวกันตลอดทั้งปีไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลยไม่ว่าจะเป็นคลีนเซอร์ชนิดครีม หรือมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อหนัก มาใช้คลีนเซอร์เป็นโฟมหรือเจลล้างหน้าแทนจะดีกว่า ส่วนมอยส์เจอไรเซอร์ให้เปลี่ยนมาเป็นแบบโลชั่นชนิดออยส์ฟรีแทน
  6. หากเกิดสิว อย่าใช้วิธีลัดด้วยการบีบสิวเป็นอันขาด จำไว้ว่ามันเป็นการคิดสั้นพอๆกับการฆ่าตัวตาย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการอักเสบเป็นรอยแดงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดการติดเชื้ออีกต่างหาก พยายามใจเย็นและวางมือให้ห่างสิวไว้ หรือหากต้องออกงานให้ใช้วิธีแต่งหน้าช่วยอำพรางจะดีกว่า
  7. ต่อให้ร้อนตับแตกแค่ไหนก็อย่าลืมรอยยิ้ม มีรายงานวิจัยออกมาแล้วว่าวันนึงๆคนเราใช้กล้ามเนื้อในการขมวดคิ้วมากกว่ายิ้มเสียอีก เป็นการทำให้ริ้วรอยก่อนวัยซะเปล่าๆ ให้พยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
  • ก็ลองเอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสมละกันเน้อ ใครมีเคล็บลับอะไรอย่าลืมกระซิบ(ตะโกนก็ได้)บอกกันมั่งล่ะ

อันนี้เป็นของฝากสำหรับสาวนักวิ่งจ้า :)

วิ่งอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด:

  • ไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย เวลาวิ่งจึงควรใช้แรงจากกล้ามเนื้อโคนขา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่แข็งแรง และมีพลังมาก
  • ให้วิ่งยาว (คือ วิ่งในระยะทางมาก ๆ จนกล้ามเนื้อปวดเมื่อย) อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการออกกำลังกาย ซึ่งในกรณีที่เราใช้ไกลโคเจนหมด กล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และในครั้งใหม่นี้จะสะสมไว้มากกว่าคราวที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่าคราวหน้าเราจะวิ่งได้ไกลขึ้นนั่นเอง
  • วิ่งเร็วอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพราะการวิ่งเร็วจะทำให้ ร่างกายทำงานหนัก ส่งผลให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันไปใช้วิธีให้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น เป็นการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแบบธรรมชาติบำบัดได้เป็นอย่างดี
  • เวลาวิ่งให้หายใจโดยใช้กะบังลม การหายใจที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น คือการหายใจตื้นและสั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการวิ่ง ดังนั้นจึงต้องใช้กะบังลมเข้าช่วย เพื่อให้หายใจลึกและยาวขึ้น เราสามารถฝึกหายใจโดยใช้กะบังลมได้ โดยการนอนหงายเอาหนังสือ วางบนหน้าท้อง ถ้าหนังสือขยับขึ้นตอนสูดหายใจเข้า ลดลงตอนหายใจออกถือว่าใช้ได้ และควรยืดกล้ามเนื้อวันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง

ประมาณนี้แหละจ้าไว้หาโอกาสไปวิ่งกันเน้อ ^o^

Joice

แหล่งข้อมูล: Beauty for all seasons (แพรว),http://www.yingthai-mag.com/, http://www.kwanruen.com/

Comment

Comment:

Tweet


อะ อัพแล้วจริงๆ ด้วย ทำไมเมื่อคืนไม่เห็นอ่ะ ราหูอมบล๊อกหรือเปล่าเนี่ย อือ ขอโทษด้วย ทิ้งบล๊อกไว้ให้จ๊อยซ์ดูแลคนเดียวอีกแล้ว เคลียร์งานได้เมื่อไรจะรีบมาอัพเลย

ปล. ชอบรูปตรงหัวบล๊อกมาก น่ารักดี(แม้ฉันจะต้องรับบทเป็นตัวร้ายก็เถอะ)


Bo
#3 by joice and bo At 2006-03-01 21:19,
บีบสิวเป็นการคิดสั้นพอๆกับการฆ่าตัวตาย >> 55 แต่ก็จริงนะคะ เพราะเราเจอมาแล้ว ฮือๆ เป็นรอยแผลเลยอ่า แผลเป็นแบบนี้ไม่หายด้วยสิ อิจฉาคนที่หน้าเด้งตลอดทั้งปีจัง เพื่อนเราบางคนไม่เห็นมันดูแลผิวเลย ทำไมเด้งได้เด้งดีตลอดทั้งปีก็ไม่รู้ หน้าก็ไม่มันสักนิด
#2 by \ MEIJI / At 2006-03-01 17:06,
เย้ เปิดซิงบลอคเจ๊ อะโห เอาเรื่องนี้มาลงคนที่หักดิบดูแลสุขภาพครึ่งๆ กลางๆ อย่างเราอายเลย
ป.ล.ขอบคุณนะคร้าบที่อวยพรกันล่วงหน้า ซาบซึ้งใจจริงๆ
#1 by dajirin At 2006-03-01 08:29,